 |
 |
 |
 |
 |
 |
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 51 เราจัดโครงการสานฝันพาน้องไปท่องทะเล โดยรับ เด็กป่วยจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 8 คน ผู้ปกครอง 8 คน และพยาบาล 5 คน มาที่มูลนิธิบุณย์กัญจนาราม พัทยา ชลบุรี พอ มาถึงเราก็ให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ลงทะเล ที่หาดจอมเทียน พาไปเล่นน้ำทะเลทันที ทุกคนไม่ เคยเห็นทะเลมาก่อน แม้แต่ผู้ปกครองบางคน ยังบอกว่าได้อาศัยใบบุญของลูกมาเที่ยว แท้ๆเลย เราถามเด็กๆว่า น้ำทะเลเค็มไหม เค็มเหมือนอะไร เด็กบอกว่าเค็มเหมือนน้ำปลา เลย เราซื้อหอยแมลงภู่ ปลาหมึก อาหารทะเล ให้เด็กๆลองชิมกันเป็นที่ติดอกติดใจของ ทุกคน มีผู้ใจบุญมาจาก CP ท่านหนึ่งมาเห็นเด็กๆเหล่านี้ ถามว่าเด็กเป็นอะไร เราบอกว่า เป็นมะเร็งในเม็ดโลหิต เป็นเนื้องอกในสมอง ต้องให้คีโม ผมเลยร่วงกันหมด และ โอกาสที่จะหายคงไม่มี เพราะหมอบอกว่าไม่มียารักษาแล้ว คงเป็นครั้งสุดท้ายของเด็กที่ จะได้มีโอกาสมาเห็นทะเล ท่านเลยช่วยบริจาคเงินสมทบทุนโครงการนี้ด้วย รวมไปถึง แม่ค้าเจ้าของเก้าอี้ผ้าใบชายหาด ได้ลดราคา ไม่คิดค่าอาหารกับเด็กๆ ซึ่งเราซึ้งในน้ำใจ ของท่านเหล่านั้นมาก |
| เรากลับมาทานข้าวกันที่ มูลนิธิบุณย์กัญจนาราม ซึ่งเอื้อเฟื้อที่พักและอาหารโดย พี่อิ๊ด ประธานมูลนิธิฯโดยไม่คิดค่าใช่จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังบริจาคเครื่องสังฆทานและ พระพุทธรูปให้เด็กๆไปทำบุญที่วัดข้างบ้านอีกด้วย ซึ่งต้องขอขอบคุณแทนเด็กๆไว้เป็น อย่างสูง เย็นนั้น อาจารย์ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง ได้ให้ธรรมะง่ายๆแก่เด็กๆ เช่นให้รู้จัก ศีล 5 ว่ามีอะไร เช่นข้อหนึ่ง ไม่ฆ่าสัตว์ ข้อสอง ไม่เอาของ ของผู้อื่นโดยเจ้าของไม่อนุญาต ข้อ สาม ต้องไม่ประพฤติผิดในกาม คือเป็นเด็กดี ข้อสี่ ไม่พูดปด ข้อห้า ไม่ดื่มเหล้า เป็นต้น สอนให้รู้จักบุญคุณของพ่อแม่ เพราะพ่อแม่คือ พระอรหันต์ของลูก เด็กๆต้องรักพ่อแม่ แล้วให้เด็กกราบที่ตักแม่ เล่นเอาแม่ๆซึ้งไปตามๆกัน แม้แต่พยาบาลก็น้ำตาซึม ต่อจากนั้นก็ให้เล่นเกม มีเกมเก้าอี้ดนตรี เล่นกันทั้งผู้ปกครอง พยาบาล และวิทยากร เกม ที่สอง เล่นยืนบนกระดาษหนังสือพิมพ์ แผ่นละ 2 ครอบครัว แล้วพับทีละครึ่ง จนเหลือ กว้างยาวไม่เกินหนึ่งฝ่ามือ ปรากฏว่าทุกกลุ่มยืนในกระดาษได้หมด เลยต้องแจกรางวัล ให้ทุกครอบครัวไป คืนนั้นเรานอนกันไม่ดึก เพราะอยากให้เด็กๆได้พักผ่อน ตอน 6 โมง เช้าจะได้ลงทะเลกันอีก |
 |
 |
เช้าวันรุ่งขึ้น เด็กๆมาพร้อมกันที่ศาลา อาจารย์ธีรยุทธ สอนให้สวดมนต์ ไหว้พระ สมาทานศีล นั่งสมาธิ แล้วสอนให้ทำบุญ เพราะถ้าใครทำบาปจะอายุสั้น จะเจ็บไข้ได้ ป่วย โดยเฉพาะไปแกล้งสัตว์ น้องแฟ้มเลยมาสารภาพผิดว่า เคยจับคางคกไปขึงพืด แล้ว เอาสีข้าง ของมันมาลนไฟ เลยกรรมตามสนองทำให้เป็นเส้นเลือดโป่งพอง ที่บั้นเอวใน ปัจจุบัน แม่น้องอ้นก็เล่าให้ฟังว่า เคยจับเอามดตะนอยมาหักขาหน้าขาหลังทีละข้างแล้วดู มันเดิน เลยกรรมมาตกกับน้องอ้น ทำให้เป็นเนื้องอกในสมองเดินเอียงไปข้างหนึ่ง คุณปู่ เลยรวบรวมปัจจัยจากเด็กๆทำบุญกับพี่อิ๊ดได้ไป 2 พันกว่าบาท |
|
 |
 |
| เราลงทะเลกันอีกเช้านี้ เราเล่นน้ำทะเลกันจน 8 โมงกว่าๆ จึงกลับมากินข้าว แม่ค้าเจ้าของเตียงผ้าใบยังซื้อขนมฝากมาให้เด็กอีก ขออนุโมทนาด้วย เราทานข้าวเสร็จก็ เดินทางไปศรีราชา คุณแอ๋วซึ่งติดตาม อาจารย์ธีรยุทธ มาช่วยดูแลเด็กๆ ได้ยกครอบครัว มีทั้ง คุณแม่ ทั้งลูกสาวอายุ 18 และพี่สาว น้องสาวและหลานๆช่วยกันพาเด็กๆและ ผู้ปกครองและพยาบาลข้ามเรือเฟอรี่จากศรีราชาไปเกาะสีชัง พาท่องวัง วัด ศาลเจ้า และ ช่องเขาขาด ซึ่งมีธรรมชาติสวยงามเป็นที่ประทับใจ (ของผู้ใหญ่) และได้พาไปทำบุญที่ วัดถ้ำยายปริกอีกด้วย และเมื่อข้ามเรือกลับมาที่ศรีราชาได้เอาเสื้อผ้าและของเล่นเด็กๆ มา แจกกับน้องๆเหล่านั้น แถมพาผู้ปกครองไปช็อปปิ้ง อาหารทะเลแห้งจนหอบกันไม่ไหว ก่อนจะจากกันอีก |
 |
|
 |
 |
| ต้องขอขอบคุณ คุณแอ๋วและครอบครัว อาจารย์ธีรยุทธ และคุณแก้ว นอกจากจะ ช่วยดูแลเด็กป่วยและผู้ปกครองแล้ว ยังให้คำแนะนำสั่งสอนและช่วยออกเงินสมทบทุน ในโครงการนี้อีกด้วย ขออนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง |
|
 |
 |
 |
 |